x

*
*
*
*
*
NEW MG HS PHEV

NEW MG HS PHEV

พร้อมขับเคลื่อนทุกคุณค่าของชีวิต
ที่สุดแห่งยนตรกรรมที่จะเปลี่ยนชีวิตให้มีความหมายมากขึ้น

ด้วยนวัตกรรม PLUG-IN HYBRID ใหม่ ที่จะเปลี่ยนโลกทัศน์ของการขับขี่ไปสู่อีกระดับ ผสาน 2 ระบบขับเคลื่อนเข้าด้วยกัน ทั้งเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้า ออกแบบมาเพื่อเป็นยานยนต์แห่งยุคสมัย ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ LED PROJECTOR ไฟท้าย LED SPACE LIGHT FIELD ไฟเลี้ยวแบบ SEQUENTIAL และล้ออัลลอยด์ 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ THUNDER WIND BLADE โลดแล่นอย่างเต็มสมรรถนะ พร้อมความล้ำหน้าแห่งเทคโนโลยี ด้วยแรงบันดาลใจภายใต้แนวคิด BRIT DYNAMIC ที่ผสานทั้ง สมรรถนะ (PERFORMANCE) การควบคุม (HANDLING) การออกแบบ (DESIGN) และความปลอดภัย (SAFETY) ได้อย่างลงตัว เต็มไปด้วย PASSION
แบบฉบับยนตรกรรมอังกฤษตามมาตรฐานของ MG

นี่คือยนตรกรรมที่จะทำให้ทุกคุณค่าของชีวิต
เปี่ยมความหมายมากขึ้นกว่าทุกครั้ง
2-TONE MONACO BLUE

ARCTIC WHITE

BLACK

SCARLET RED

BLACK

BLACK KNIGHT

2-TONE MONACO BLUE
BLACK
BLACK

เบาะหนังคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าดีไซน์ SPORT BUCKET SEAT และ PANORAMIC SUNROOF

INTERACTIVE AMBIENT LIGHT ปรับได้ถึง 64 เฉดสี

หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะ FULL VIRTUAL DASHBOARD ขนาด 12 นิ้ว

หน้าจอ TOUCHSCREEN ขนาด 10 นิ้ว

ระบบเสียง SURROUND เหนือระดับกับ BOSE 8.1 SOUND SYSTEM

REFINED INTERIOR
& UTILITY

ความหมายใหม่ของการออกแบบ หรูหรา สะดวกสบายตลอดเส้นทาง

ให้ทุกเส้นทางของคุณเต็มไปด้วยความรื่นรมย์ ด้วยห้องโดยสารงามสง่า ให้ประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือใคร ตั้งแต่การตกแต่งภายในด้วยสี 2-TONE MONACO BLUE ใส่ใจในทุกรายละเอียดด้วยวัสดุ SOFT TOUCH จากแรงบันดาลใจของความงามในธรรมชาติ เบาะหนังคู่หน้าแบบ SPORT BUCKET SEAT ภายในห้องโดยสารเงียบ เรียบ หรู มีระดับด้วย NVH LUXURY SILENCE SPACE การเพิ่มฟิล์มกันเสียง และแผ่นซับเสียงภายในห้องโดยสาร ที่จะช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอก ให้ทุกการเดินทางเป็นส่วนตัว ไปจนถึงหลังคาซันรูฟที่เปิดกว้างแบบพาโนรามา บนพื้นที่เกือบ 90% ของพื้นที่หลังคา และเป็นครั้งแรกของยนตรกรรมระดับพรีเมียม ที่ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ล้ำเหนือระดับกับจอแสดงผลอัจฉริยะ FULL VIRTUAL DASHBOARD ขนาด 12 นิ้ว

ทุกองค์ประกอบจะเปลี่ยนทุกการเดินทางของคุณให้น่าหลงใหลยิ่งกว่าเดิม

เบาะหนังคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าดีไซน์ SPORT BUCKET SEAT และ PANORAMIC SUNROOF

INTERACTIVE AMBIENT LIGHT ปรับได้ถึง 64 เฉดสี

หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะ FULL VIRTUAL DASHBOARD ขนาด 12 นิ้ว

หน้าจอ TOUCHSCREEN ขนาด 10 นิ้ว

ระบบเสียง SURROUND เหนือระดับกับ BOSE 8.1 SOUND SYSTEM

REFINED PERFORMANCE & EFFICIENCY

ความหมายใหม่ของพลังขับเคลื่อน และการขับขี่ กับเทคโนโลยีที่ล้ำกว่าเดิม

สู่อีกขั้นของการขับขี่ด้วยสมรรถนะที่มาพร้อมความคุ้มค่า ด้วยอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดที่ 65 กิโลเมตร / ลิตร* ไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้นด้วยอัตราเร่ง 0 – 100 ภายในเวลา 7.5 วินาที ด้วยเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่ผสานเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน ทำให้มีแรงม้าสูงถึง 284 แรงม้า ที่แรงบิด 480 นิวตัน – เมตร แต่กลับมีค่าไอเสีย หรือคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำเพียง 36 กรัม / กิโลเมตร เท่านั้น

ทรงพลังแต่ประหยัดพลังงานเพื่อคุณ และเพื่อโลก

*อ้างอิงข้อมูลจาก Eco Sticker

ระบบเกียร์ EDU II – 10 SPEEDS

LITHIUM-ION BATTERY

HAIRPIN WINDING TECHNOLOGY
& 1.5 TURBO ENGINE

EV MODE

REFINED PERFORMANCE & EFFICIENCY

ความหมายใหม่ของพลังขับเคลื่อน และการขับขี่ กับเทคโนโลยีที่ล้ำกว่าเดิม

สู่อีกขั้นของการขับขี่ด้วยสมรรถนะที่มาพร้อมความคุ้มค่า ด้วยอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดที่ 65 กิโลเมตร / ลิตร* ไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้นด้วยอัตราเร่ง 0 – 100 ภายในเวลา 7.5 วินาที ด้วยเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่ผสานเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน ทำให้มีแรงม้าสูงถึง 284 แรงม้า ที่แรงบิด 480 นิวตัน – เมตร แต่กลับมีค่าไอเสีย หรือคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำเพียง 36 กรัม / กิโลเมตร เท่านั้น

ทรงพลังแต่ประหยัดพลังงานเพื่อคุณ
และเพื่อโลก

*อ้างอิงข้อมูลจาก Eco Sticker

ถุงลมนิรภัย 6 จุด คู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย

AROUND VIEW MONITOR

REFINED SAFETY

ความหมายใหม่ของความมั่นใจ
ปลอดภัยรอบคัน

ที่สุดของเทคโนโลยีความปลอดภัย จาก NEW MG HS PHEV ที่มอบความมั่นใจให้คุณในทุกเส้นทาง อุ่นใจกว่ากับระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM ทั้ง 25 ระบบ พร้อมกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา ความปลอดภัยเหนือระดับที่ทำให้คุณทุกคุณค่าของชีวิตมีความหมายมากขึ้น

ถุงลมนิรภัย 6 จุด คู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย

AROUND VIEW MONITOR

ความหมายใหม่ รู้ใจกว่าที่คิด

ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART จาก MG ที่จะเชื่อมต่อทุกคุณค่าของชีวิต
ให้สมาร์ทไม่รู้จบ รองรับการสั่งงานด้วยเสียง จอทัชสกรีน
หรือสั่งงานผ่านแอพพลิเคชัน

ฉลาดกว่า ตรวจสอบสถานะ แบตเตอรี่ผ่าน
i-SMART APPLICATION

คำนวณคุณค่าที่มากกว่าด้วยตัวคุณเอง

ประหยัดค่าน้ำมันได้มากกว่า

6,959 บาท / เดือน

ช่วยลดมลพิษได้มากกว่า

63 %

เทียบได้เท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า

410 ต้น

เทคโนโลยี Plug-in Hybrid จาก MG

ค่าน้ำมันต่อเดือน5,557 บาท
อัตราการปล่อย CO2360,000 กรัม

เทคโนโลยี Hybrid ทั่วไป

ค่าน้ำมันต่อเดือน12,515 บาท
อัตราการปล่อย CO2980,000 กรัม
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

หมายเหตุ : ตัวเลขดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เปรียบเทียบระบบการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ Hybrid ทั่วไป กับเครื่องยนต์ Plug-in Hybrid ของ MG เท่านั้น ไม่ใช่ค่าสำหรับเปรียบเทียบรถคันใดคันหนึ่ง

  • ข้อมูลอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รถยนต์ Hybrid เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตรทั่วไป
  • อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทั่วประเทศ ไม่รวมค่า FT และภาษีมูลค่าเพิ่ม อ้างอิงจากข้อมูลของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ณ เดือนมิถุนายน 2563
  • ราคาน้ำมันที่ใช้ในการคำนวณ คิดมาจากราคาน้ำมันเบนซิน 95 ด้วยราคาน้ำมัน ณ วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2563 ที่ 28.96 บาท / ลิตร
  • ข้อมูลจาก Eco Sticker MG รุ่น NEW MG HS PHEV
  • ข้อมูลอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) รถยนต์ Hybrid เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตรทั่วไป
  • ใช้รถยนต์เป็นระยะทาง 33,000 กิโลเมตรต่อปี อัตราการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยของต้นไม้ 1 ต้นคือ 1,511 กรัม / เดือน หรือ 40 ปอนด์ / ปี อ้างอิง ข้อมูลจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม www.deqp.go.th
  • ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นตามระยะทางที่น้อยกว่า หรือเท่ากับ 2,000 กิโลเมตร ของรถ NEW MG HS PHEV (เฉพาะค่าใช้ไฟฟ้า) คำนวณค่าไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากการชาร์จไฟฟ้า 0 – 100% (ในระยะเวลา 30 วัน / เดือน) ต่อระยะทางที่รถ NEW MG HS PHEV สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ได้ไกลที่สุดที่ระยะทาง 67 กิโลเมตร (อ้างอิงจาก Eco Sticker)

ข้อแตกต่างระหว่าง
ระบบ Hybrid ทั่วไป กับ Plug-in Hybrid

Hybrid

ระบบHybridทั่วไป


จะมีขนาดมอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ขนาดเล็ก จึงยังต้องใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่เป็นแหล่งพลังงานหลัก โดยระบบจะชาร์จพลังงานเข้าสู่แบตเตอรี่จากการชะลอความเร็วรถ


เสียค่าน้ำมันมากกว่า

เพราะระบบขับเคลื่อนยังต้องพึ่งพาการใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงหลัก



แบตเตอรี่ได้รับพลังงานสะสมจากการชะลอความเร็วรถ

ไม่สามารถเสียบปลั๊กชาร์จได้



สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%

ในระยะทางสั้นๆ เท่านั้น



มอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่

มีขนาดเล็ก

ระบบPlug-in Hybrid


เทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นมาอีกขั้นจากระบบ Hybrid ทั่วไป โดยสามารถชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่ได้โดยตรงผ่านการเสียบปลั๊ก เนื่องจากแบตเตอรี่ และมอเตอร์ไฟฟ้ามีขนาดใหญ่กว่า จึงวิ่งด้วยระบบไฟฟ้าแต่เพียงอย่างเดียวได้ไกลกว่า ประหยัดกว่า อีกทั้งยังการปล่อย CO2 เป็นศูนย์ในขณะการใช้งานด้วยโหมดไฟฟ้า ดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า

มีสมรรถนะ และอัตราเร่ง
ที่เหนือกว่า

ด้วยการทำงานร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า
ขนาดใหญ่ และเครื่องยนต์ Turbo




มอบความคุ้มค่า

ด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนได้ไกลกว่าไฮบริดปกติ และใช้เครื่องยนต์เล็ก ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง

สามารถชาร์จไฟให้กับแบตเตอรี่ได้

และตัวแบตเตอรี่มีขนาดใหญ่กว่าทำให้วิ่งได้ไกลกว่า



การปล่อย CO2 เป็นศูนย์

ขณะขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้า 100%

ข้อแตกต่างระหว่าง
ระบบ Hybrid ทั่วไป กับ
Plug-in Hybrid

ระบบ Hybrid ทั่วไป

จะมีขนาดมอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ขนาดเล็ก จึงยังต้องใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่เป็นแหล่งพลังงานหลัก โดยระบบจะชาร์จพลังงานเข้าสู่แบตเตอรี่จากการชะลอความเร็วรถ


เสียค่าน้ำมันมากกว่า

เพราะระบบขับเคลื่อนยังต้องพึ่งพาการใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงหลัก


แบตเตอรี่ได้รับพลังงานสะสมจากการชะลอความเร็วรถ

ไม่สามารถเสียบปลั๊กชาร์จได้


สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%

ในระยะทางสั้นๆ เท่านั้น


มอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่

มีขนาดเล็ก

ระบบ Plug-in Hybrid

เทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นมาอีกขั้นจากระบบ Hybrid ทั่วไป โดยสามารถชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่ได้โดยตรงผ่านการเสียบปลั๊ก เนื่องจากแบตเตอรี่ และมอเตอร์ไฟฟ้ามีขนาดใหญ่กว่า จึงวิ่งด้วยระบบไฟฟ้าแต่เพียงอย่างเดียวได้ไกลกว่า ประหยัดกว่า อีกทั้งยังการปล่อย CO2 เป็นศูนย์ในขณะการใช้งานด้วยโหมดไฟฟ้า ดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า


มีสมรรถนะ และอัตราเร่งที่เหนือกว่า

ด้วยการทำงานร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ และเครื่องยนต์ Turbo


มอบความคุ้มค่า

ด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนได้ไกลกว่าไฮบริดปกติ และใช้เครื่องยนต์เล็ก ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง


สามารถชาร์จไฟให้กับแบตเตอรี่ได้

และตัวแบตเตอรี่มีขนาดใหญ่กว่าทำให้วิ่งได้ไกลกว่า


การปล่อย CO2 เป็นศูนย์

ขณะขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้า 100%

รู้จักเทคโนโลยี Plug-in Hybrid
เพิ่มเติม

ข้อดีหลัก คือเรื่องของ สมรรถนะ ที่มาพร้อมความประหยัด ที่ผู้ขับจะสัมผัสได้ถึงอัตราเร่งที่แรงกว่า จากการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ช่วยเสริมแรงให้กับเครื่องยนต์ และเรื่องของความประหยัดค่าน้ำมัน เพราะสามารถชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่ได้โดยตรง และเลือกขับด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% (EV Mode) ได้ไกลกว่า 60 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

แบตเตอรี่ Lithium-Ion ของ NEW MG HS PHEV คือที่สุดของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ขั้นสูงที่มีขนาดใหญ่ถึง 16.6 kWh สามารถเก็บประจุพลังงานไฟฟ้าได้มากกว่าแบตเตอรี่ของรถยนต์ระบบ Hybrid ทั่วไป จึงทำให้รถ NEW MG HS PHEV วิ่งได้ในระยะทางที่ไกลกว่า อีกทั้งการซ่อมบำรุงยังทำได้ง่าย และมีค่าใช้จ่ายที่ราคาไม่สูงเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ทั่วไป เพราะแบตเตอรี่ของ MG HS PHEV ถูกออกแบบมาในลักษณะของ Module สามารถเลือกซ่อมบำรุงเฉพาะส่วนได้ ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งชุด อีกทั้งยังมี ระบบระบายความร้อนด้วย Coolant ที่ช่วยรักษาอุณหภูมิการทำงานของแบตเตอรี่ให้เหมาะสมด้วย ทำให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และยืดอายุการใช้งานได้ยาวนาน

ผู้ขับสามารถชาร์จพลังงานไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่ได้ง่ายๆ ที่บ้านผ่าน MG Home Charger ที่สามารถชาร์จไฟเต็มภายใน 5 ชั่วโมง (คำนวณจากแบตเตอรี่ 0 – 100%) โดยทาง MG จะมีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบให้ว่า ระบบไฟฟ้าที่บ้านของคุณมีคุณสมบัติในการรองรับกระแสไฟฟ้าที่เหมาะสมหรือไม่ หรือผ่านทางสายชาร์จที่มาพร้อมกับรถยนต์ในกรณีฉุกเฉิน  ทั้งนี้ปัจจุบัน MG ได้ทำการขยายสถานีชาร์จเพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศมากที่สุด โดยผู้ขับขี่สามารถค้นหาสถานีชาร์จสาธารณะที่ใกล้เคียงที่สุดกว่า 300 แห่ง ได้ง่ายๆ ที่นี่ คลิก 

การจอดรถทิ้งไว้ โดยไม่สตาร์ทเลยเป็นเวลาหลายวัน จะส่งผลให้ระดับประจุไฟฟ้าที่อยู่ภายในแบตเตอรี่ลดลงเท่านั้น หากจำเป็นต้องจอดรถเป็นระยะเวลานานๆ ให้ผู้ขับขี่ทำการชาร์จไฟด้วยสายชาร์จที่มาพร้อมกับรถยนต์ให้เต็ม 100% และแนะนำให้ทำการชาร์จจนเต็ม 100% อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด และยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่

รับประกันแบตเตอรี่นานถึง 8 ปี *โปรดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ

ค่าบำรุงรักษาอยู่ในระดับเดียวกับรถยนต์ในระดับราคาเดียวกันทั้งรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน และรถยนต์ Hybrid ทั่วไป

ระบบเกียร์ EDU เป็นระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดทำงานด้วยระบบคลัชไฟฟ้า ชุดเกียร์แบ่งการทำงานสำหรับมอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์ โดยชุดเกียร์ทั้ง 2 จะทำงานประสานกันในรอบเครื่องยนต์ต่างๆ เพื่อส่งผ่านกำลังสู่พื้นถนนอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ปิด

เทคโนโลยี Plug-in Hybrid

ระยะทางที่วิ่งต่อเดือน (กม.)

ความจุแบตเตอรี่ (kWh)

ระยะทางสูงสุดที่วิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% เมื่อชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (กม.)

ระยะทางสูงสุดที่วิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% เดือนละ (กม.)

ราคาค่าไฟ (บาท / หน่วย)

3.96
จำนวนครั้งที่ต้องชาร์จต่อระยะทางทั้งหมด

อัตราการกินไฟบ้าน

รวมค่าไฟต่อเดือน (บาท)

อัตราการใช้น้ำมันเฉลี่ย (กม. / ลิตร)

ราคาน้ำมัน (บาท / ลิตร)

29.16
ค่าใช้จ่ายน้ำมัน (บาท / กม.)

รวมค่าน้ำมันต่อเดือน (บาท)

รวมค่าเชื้อเพลิง MG HS PHEV ทั้งหมดต่อเดือน (บาท)


ระดับการปล่อย CO2 (กรัม / กม.)

อัตราการปล่อย CO2 (กรัม)


เทคโนโลยี Hybrid ทั่วไป

ระยะทางที่วิ่งต่อเดือน (กม.)

ความจุแบตเตอรี่ (kWh)

ระยะทางสูงสุดที่วิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% เมื่อชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (กม.)

ระยะทางสูงสุดที่วิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% เดือนละ (กม.)

ราคาค่าไฟ (บาท / หน่วย)

3.96
จำนวนครั้งที่ต้องชาร์จต่อระยะทางทั้งหมด

อัตราการกินไฟบ้าน

รวมค่าไฟต่อเดือน (บาท)

อัตราการใช้น้ำมันเฉลี่ย (กม. / ลิตร)

ราคาน้ำมัน (บาท / ลิตร)

29.16
ค่าใช้จ่ายน้ำมัน (บาท / กม.)

รวมค่าน้ำมันต่อเดือน (บาท)

รวมค่าเชื้อเพลิง รถ Hybrid ทั่วไป ทั้งหมดต่อเดือน (บาท)


ระดับการปล่อย CO2 (กรัม / กม.)

อัตราการปล่อย CO2 (กรัม)



ระดับการปล่อย CO2 (กรัม / กม.)

อัตราการปล่อย CO2 (กรัม)

ระดับการปล่อย CO2 (กรัม / กม.)

อัตราการปล่อย CO2 (กรัม)

หมายเหตุ : ตัวเลขดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เปรียบเทียบระบบการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ Hybrid ทั่วไป กับเครื่องยนต์ Plug-in Hybrid ของ MG เท่านั้น ไม่ใช่ค่าสำหรับเปรียบเทียบรถคันใดคันหนึ่ง

  • ข้อมูลอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รถยนต์ Hybrid เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตรทั่วไป
  • อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทั่วประเทศ ไม่รวมค่า FT และภาษีมูลค่าเพิ่ม อ้างอิงจากข้อมูลของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ณ เดือนมิถุนายน 2563
  • ราคาน้ำมันที่ใช้ในการคำนวณ คิดมาจากราคาน้ำมันเบนซิน 95 ด้วยราคาน้ำมัน ณ วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2563 ที่ 28.96 บาท / ลิตร
  • ข้อมูลจาก Eco Sticker MG รุ่น NEW MG HS PHEV
  • ข้อมูลอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) รถยนต์ Hybrid เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตรทั่วไป
  • ใช้รถยนต์เป็นระยะทาง 33,000 กิโลเมตรต่อปี อัตราการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยของต้นไม้ 1 ต้นคือ 1,511 กรัม / เดือน หรือ 40 ปอนด์ / ปี อ้างอิง ข้อมูลจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม www.deqp.go.th
  • ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นตามระยะทางที่น้อยกว่า หรือเท่ากับ 2,000 กิโลเมตร ของรถ NEW MG HS PHEV (เฉพาะค่าใช้ไฟฟ้า) คำนวณค่าไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากการชาร์จไฟฟ้า 0 – 100% (ในระยะเวลา 30 วัน / เดือน) ต่อระยะทางที่รถ NEW MG HS PHEV สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ได้ไกลที่สุดที่ระยะทาง 67 กิโลเมตร (อ้างอิงจาก Eco Sticker)