NEW MG HS PHEV

เตรียมพบกับมาตรฐานใหม่ ของเครื่องยนต์ Plug-in Hybrid

ที่จะปลดล็อกทุกคุณค่า
ให้มีความหมายมากขึ้น

27.10.2020

มาตรฐานใหม่ของเครื่องยนต์
Plug-in Hybrid

คำนวณคุณค่าที่ได้มากกว่า
ด้วยตัวคุณเอง

ประหยัดค่าน้ำมันได้มากกว่า

6,959 บาท / เดือน

ช่วยลดมลพิษได้มากกว่า

63 %

เทียบได้เท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า

410 ต้น

เทคโนโลยี Plug-in Hybrid จาก MG

ค่าน้ำมันต่อเดือน5,557 บาท
อัตราการปล่อย CO2360,000 กรัม

เทคโนโลยี Hybrid ทั่วไป

ค่าน้ำมันต่อเดือน12,515 บาท
อัตราการปล่อย CO2980,000 กรัม
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

หมายเหตุ : ตัวเลขดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เปรียบเทียบระบบการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ Hybrid ทั่วไป กับเครื่องยนต์ Plug-in Hybrid ของ MG เท่านั้น ไม่ใช่ค่าสำหรับเปรียบเทียบรถคันใดคันหนึ่ง

  • ข้อมูลอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รถยนต์ Hybrid เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตรทั่วไป
  • อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทั่วประเทศ ไม่รวมค่า FT และภาษีมูลค่าเพิ่ม อ้างอิงจากข้อมูลของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ณ เดือนมิถุนายน 2563
  • ราคาน้ำมันที่ใช้ในการคำนวณ คิดมาจากราคาน้ำมันเบนซิน 95 ด้วยราคาน้ำมัน ณ วันพุธที่ 09 กันยายน 2563 ที่ 29.16 บาท / ลิตร
  • ข้อมูลจาก Eco Sticker MG รุ่น NEW MG HS PHEV
  • ข้อมูลอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) รถยนต์ Hybrid เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตรทั่วไป
  • ใช้รถยนต์เป็นระยะทาง 33,000 กิโลเมตรต่อปี อัตราการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยของต้นไม้ 1 ต้นคือ 1,511 กรัม / เดือน หรือ 40 ปอนด์ / ปี อ้างอิง ข้อมูลจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม www.deqp.go.th
  • ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นตามระยะทางที่น้อยกว่า หรือเท่ากับ 2,000 กิโลเมตร ของรถ NEW MG HS PHEV (เฉพาะค่าใช้ไฟฟ้า) คำนวณค่าไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากการชาร์จไฟฟ้า 0 – 100% (ในระยะเวลา 30 วัน / เดือน) ต่อระยะทางที่รถ NEW MG HS PHEV สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ได้ไกลที่สุดที่ระยะทาง 67 กิโลเมตร (อ้างอิงจาก Eco Sticker)

ข้อแตกต่างระหว่าง
ระบบ Hybrid ทั่วไป กับ Plug-in Hybrid

Hybrid

ระบบHybridทั่วไป


จะมีขนาดมอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ขนาดเล็ก จึงยังต้องใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่เป็นแหล่งพลังงานหลัก โดยระบบจะชาร์จพลังงานเข้าสู่แบตเตอรี่จากการชะลอความเร็วรถ


เสียค่าน้ำมันมากกว่า

เพราะระบบขับเคลื่อนยังต้องพึ่งพาการใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงหลัก



แบตเตอรี่ได้รับพลังงานสะสมจากการชะลอความเร็วรถ

ไม่สามารถเสียบปลั๊กชาร์จได้



สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%

ในระยะทางสั้นๆ เท่านั้น



มอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่

มีขนาดเล็ก

ระบบPlug-in Hybrid


เทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นมาอีกขั้นจากระบบ Hybrid ทั่วไป โดยสามารถชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่ได้โดยตรงผ่านการเสียบปลั๊ก เนื่องจากแบตเตอรี่ และมอเตอร์ไฟฟ้ามีขนาดใหญ่กว่า จึงวิ่งด้วยระบบไฟฟ้าแต่เพียงอย่างเดียวได้ไกลกว่า ประหยัดกว่า อีกทั้งยังการปล่อย CO2 เป็นศูนย์ในขณะการใช้งานด้วยโหมดไฟฟ้า ดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า

มีสมรรถนะ และอัตราเร่ง
ที่เหนือกว่า

ด้วยการทำงานร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า
ขนาดใหญ่ และเครื่องยนต์ Turbo




มอบความคุ้มค่า

ด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนได้ไกลกว่าไฮบริดปกติ และใช้เครื่องยนต์เล็ก ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง

สามารถชาร์จไฟให้กับแบตเตอรี่ได้

และตัวแบตเตอรี่มีขนาดใหญ่กว่าทำให้วิ่งได้ไกลกว่า



การปล่อย CO2 เป็นศูนย์

ขณะขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้า 100%

ข้อแตกต่างระหว่าง
ระบบ Hybrid ทั่วไป กับ
Plug-in Hybrid

ระบบ Hybrid ทั่วไป

จะมีขนาดมอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ขนาดเล็ก จึงยังต้องใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่เป็นแหล่งพลังงานหลัก โดยระบบจะชาร์จพลังงานเข้าสู่แบตเตอรี่จากการชะลอความเร็วรถ


เสียค่าน้ำมันมากกว่า

เพราะระบบขับเคลื่อนยังต้องพึ่งพาการใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงหลัก


แบตเตอรี่ได้รับพลังงานสะสมจากการชะลอความเร็วรถ

ไม่สามารถเสียบปลั๊กชาร์จได้


สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%

ในระยะทางสั้นๆ เท่านั้น


มอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่

มีขนาดเล็ก

ระบบ Plug-in Hybrid

เทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นมาอีกขั้นจากระบบ Hybrid ทั่วไป โดยสามารถชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่ได้โดยตรงผ่านการเสียบปลั๊ก เนื่องจากแบตเตอรี่ และมอเตอร์ไฟฟ้ามีขนาดใหญ่กว่า จึงวิ่งด้วยระบบไฟฟ้าแต่เพียงอย่างเดียวได้ไกลกว่า ประหยัดกว่า อีกทั้งยังการปล่อย CO2 เป็นศูนย์ในขณะการใช้งานด้วยโหมดไฟฟ้า ดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า


มีสมรรถนะ และอัตราเร่งที่เหนือกว่า

ด้วยการทำงานร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ และเครื่องยนต์ Turbo


มอบความคุ้มค่า

ด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนได้ไกลกว่าไฮบริดปกติ และใช้เครื่องยนต์เล็ก ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง


สามารถชาร์จไฟให้กับแบตเตอรี่ได้

และตัวแบตเตอรี่มีขนาดใหญ่กว่าทำให้วิ่งได้ไกลกว่า


การปล่อย CO2 เป็นศูนย์

ขณะขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้า 100%

รู้จักเทคโนโลยี Plug-in Hybrid
เพิ่มเติม

ข้อดีหลัก คือเรื่องของ สมรรถนะ ที่มาพร้อมความประหยัด ที่ผู้ขับจะสัมผัสได้ถึงอัตราเร่งที่แรงกว่า จากการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ช่วยเสริมแรงให้กับเครื่องยนต์ และเรื่องของความประหยัดค่าน้ำมัน เพราะสามารถชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่ได้โดยตรง และเลือกขับด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% (EV Mode) ได้ไกลกว่า 60 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

แบตเตอรี่ Lithium-Ion ของ NEW MG HS PHEV คือที่สุดของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ขั้นสูงที่มีขนาดใหญ่ถึง 16.6 kWh สามารถเก็บประจุพลังงานไฟฟ้าได้มากกว่าแบตเตอรี่ของรถยนต์ระบบ Hybrid ทั่วไป จึงทำให้รถ NEW MG HS PHEV วิ่งได้ในระยะทางที่ไกลกว่า อีกทั้งการซ่อมบำรุงยังทำได้ง่าย และมีค่าใช้จ่ายที่ราคาไม่สูงเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ทั่วไป เพราะแบตเตอรี่ของ MG HS PHEV ถูกออกแบบมาในลักษณะของ Module สามารถเลือกซ่อมบำรุงเฉพาะส่วนได้ ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งชุด อีกทั้งยังมี ระบบระบายความร้อนด้วย Coolant ที่ช่วยรักษาอุณหภูมิการทำงานของแบตเตอรี่ให้เหมาะสมด้วย ทำให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และยืดอายุการใช้งานได้ยาวนาน

ผู้ขับสามารถชาร์จพลังงานไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่ได้ง่ายๆ ที่บ้านผ่าน MG Home Charger ที่สามารถชาร์จไฟเต็มภายใน 5 ชั่วโมง (คำนวณจากแบตเตอรี่ 0 – 100%) โดยทาง MG จะมีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบให้ว่า ระบบไฟฟ้าที่บ้านของคุณมีคุณสมบัติในการรองรับกระแสไฟฟ้าที่เหมาะสมหรือไม่ หรือผ่านทางสายชาร์จที่มาพร้อมกับรถยนต์ในกรณีฉุกเฉิน  ทั้งนี้ปัจจุบัน MG ได้ทำการขยายสถานีชาร์จเพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศมากที่สุด โดยผู้ขับขี่สามารถค้นหาสถานีชาร์จสาธารณะที่ใกล้เคียงที่สุดกว่า 300 แห่ง ได้ง่ายๆ ที่นี่ คลิก 

การจอดรถทิ้งไว้ โดยไม่สตาร์ทเลยเป็นเวลาหลายวัน จะส่งผลให้ระดับประจุไฟฟ้าที่อยู่ภายในแบตเตอรี่ลดลงเท่านั้น หากจำเป็นต้องจอดรถเป็นระยะเวลานานๆ ให้ผู้ขับขี่ทำการชาร์จไฟด้วยสายชาร์จที่มาพร้อมกับรถยนต์ให้เต็ม 100% และแนะนำให้ทำการชาร์จจนเต็ม 100% อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด และยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่

รับประกันแบตเตอรี่นานถึง 8 ปี *โปรดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ

ค่าบำรุงรักษาอยู่ในระดับเดียวกับรถยนต์ในระดับราคาเดียวกันทั้งรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน และรถยนต์ Hybrid ทั่วไป

ระบบเกียร์ EDU เป็นระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดทำงานด้วยระบบคลัชไฟฟ้า ชุดเกียร์แบ่งการทำงานสำหรับมอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์ โดยชุดเกียร์ทั้ง 2 จะทำงานประสานกันในรอบเครื่องยนต์ต่างๆ เพื่อส่งผ่านกำลังสู่พื้นถนนอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ปิด

เทคโนโลยี Plug-in Hybrid

ระยะทางที่วิ่งต่อเดือน (กม.)

ความจุแบตเตอรี่ (kWh)

ระยะทางสูงสุดที่วิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% เมื่อชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (กม.)

ระยะทางสูงสุดที่วิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% เดือนละ (กม.)

ราคาค่าไฟ (บาท / หน่วย)

3.96
จำนวนครั้งที่ต้องชาร์จต่อระยะทางทั้งหมด

อัตราการกินไฟบ้าน ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

รวมค่าไฟต่อเดือน (บาท)

อัตราการใช้น้ำมันเฉลี่ย (กม. / ลิตร)

ราคาน้ำมัน (บาท / ลิตร)

29.16
ค่าใช้จ่ายน้ำมัน (บาท / กม.)

รวมค่าน้ำมันต่อเดือน (บาท)

รวมค่าเชื้อเพลิง MG HS PHEV ทั้งหมดต่อเดือน (บาท)


ระดับการปล่อย CO2 (กรัม / กม.)

อัตราการปล่อย CO2 (กรัม)


เทคโนโลยี Hybrid ทั่วไป

ระยะทางที่วิ่งต่อเดือน (กม.)

ความจุแบตเตอรี่ (kWh)

ระยะทางสูงสุดที่วิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% เมื่อชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (กม.)

ระยะทางสูงสุดที่วิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% เดือนละ (กม.)

ราคาค่าไฟ (บาท / หน่วย)

3.96
จำนวนครั้งที่ต้องชาร์จต่อระยะทางทั้งหมด

อัตราการกินไฟบ้าน ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

รวมค่าไฟต่อเดือน (บาท)

อัตราการใช้น้ำมันเฉลี่ย (กม. / ลิตร)

ราคาน้ำมัน (บาท / ลิตร)

29.16
ค่าใช้จ่ายน้ำมัน (บาท / กม.)

รวมค่าน้ำมันต่อเดือน (บาท)

รวมค่าเชื้อเพลิง รถ Hybrid ทั่วไป ทั้งหมดต่อเดือน (บาท)


ระดับการปล่อย CO2 (กรัม / กม.)

อัตราการปล่อย CO2 (กรัม)



ระดับการปล่อย CO2 (กรัม / กม.)

อัตราการปล่อย CO2 (กรัม)

ระดับการปล่อย CO2 (กรัม / กม.)

อัตราการปล่อย CO2 (กรัม)

หมายเหตุ

ตัวเลขดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เปรียบเทียบระบบการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ Hybrid ทั่วไป กับเครื่องยนต์ Plug-in Hybrid ของ MG เท่านั้น ไม่ใช่ค่าสำหรับเปรียบเทียบรถคันใดคันหนึ่ง

  • ข้อมูลอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รถยนต์ Hybrid เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตรทั่วไป
  • อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทั่วประเทศ ไม่รวมค่า FT และภาษีมูลค่าเพิ่ม อ้างอิงจากข้อมูลของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ณ เดือนมิถุนายน 2563
  • ราคาน้ำมันที่ใช้ในการคำนวณ คิดมาจากราคาน้ำมันเบนซิน 95 ด้วยราคาน้ำมัน ณ วันพุธที่ 09 กันยายน 2563 ที่ 29.16 บาท / ลิตร
  • ข้อมูลจาก Eco Sticker MG รุ่น NEW MG HS PHEV
  • ข้อมูลอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) รถยนต์ Hybrid เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตรทั่วไป
  • ใช้รถยนต์เป็นระยะทาง 33,000 กิโลเมตรต่อปี อัตราการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยของต้นไม้ 1 ต้นคือ 1,511 กรัม / เดือน หรือ 40 ปอนด์ / ปี อ้างอิง ข้อมูลจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม www.deqp.go.th
  • ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นตามระยะทางที่น้อยกว่า หรือเท่ากับ 2,000 กิโลเมตร ของรถ NEW MG HS PHEV (เฉพาะค่าใช้ไฟฟ้า) คำนวณค่าไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากการชาร์จไฟฟ้า 0 – 100% (ในระยะเวลา 30 วัน / เดือน) ต่อระยะทางที่รถ NEW MG HS PHEV สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ได้ไกลที่สุดที่ระยะทาง 67 กิโลเมตร (อ้างอิงจาก Eco Sticker)