เมนู
    WHY MG?
    HERITAGE

    เกี่ยวกับ MG

    “ทำไม โลกนี้ จึงมี MG”

    เพราะความหลงใหลในยานยนต์ ความเชื่อที่ว่า เทคโนโลยีและวิศวกรรมที่ดีที่สุดไม่จำเป็นต้องมีได้ แต่เพียงในสนามแข่งแต่สามารถที่จะสัมผัสได้บนท้องถนน ทำให้นักขายและช่างซ่อมรถจักรยนต์ชาว วูสเตอร์ อย่างวิลเลียม มอร์ริส ได้ผันตัวมาเป็น นักอุตสาหกรรมรถยนต์ จนร่วมกับผู้จัดการฝ่ายขาย ผู้มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยานยนต์นาม เซซิล คิมเบอร์ และได้ให้กำเนิดรถยนต์สปอร์ตสัญชาติอังกฤษที่สร้างชื่อเสียงทั้งบนสนามแข่ง และความนิยมบนท้องถนนนับตั้งแต่ปี 1924 จนถึงวันนี้มาเป็นเวลา 90 ปี

    วิสัยทัศน์ของทั้งสองคนเริ่มต้นจากการจินตนาการและความฝันในการที่จะสร้างรถยนต์ MG ให้เป็น รถสปอร์ตที่น่าหลงใหล มีเอกลักษณ์เฉพาะตน เอกลักษณ์แห่งรถยนต์ไดนามิกสไตล์อังกฤษที่โลก รู้จักมาเป็นเวลาเกือบหนึ่งศตวรรษ

    นับแต่ช่วงเริ่มต้นของ MG แบรนด์รถยนต์ของอังกฤษที่สามารถเก็บเกี่ยวรางวัลแห่งความสำเร็จมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้สร้างสถิติ ความเร็วระดับโลก รถสปอร์ตที่ขายดีที่สุดในโลก แบรนด์รถแข่งคุณภาพดีที่สุด รุ่นแล้วรุ่นเล่าของ MG ไม่ว่าจะเป็น Old Number One, 14/28, K3 Magnetta, TC, MGA, Midget, GT V8, MGF ต่างก็ตอกย้ำเอกลักษณ์ของ MG ที่ว่า Passion Drives หรือรถยนต์ที่ถูก รังสรรค์ขึ้นด้วยจิตวิญญาณแห่งความหลงใหลในความเร็วและอิสระบนท้องถนน ข้ามกาลเวลานับหลากหลายทศวรรษมาโดยต่อเนื่อง เก็บเกี่ยวรางวัลแห่งเกียรติยศมากมายหลายสนามด้วยกัน

    เอ่ยถึง MG ย่อมต้องนึกถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้ และนั่นคือความไดนามิกแบบอังกฤษแท้ๆ ที่สะท้อนออกผ่านทุกองค์ประกอบของแบรนด์ MG นับตั้งแต่ ลักษณะทางวิศวกรรม พฤติกรรมการขับขี่ การออกแบบทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงจิตวิญญาณที่ผู้ครอบครองและขับขี่อยู่หลังพวงมาลัยนั้น สามารถที่จะสัมผัสได้ถึงความเป็นเอกลักษณ์อันเด่นชัดสไตล์อังกฤษนี้

    สมรรถนะที่มาจากกำลังเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังสอดประสานกับการออกแบบชัสซี และช่วงล่างที่ทำให้ผู้ขับขี่เพลิดเพลินไปกับการควบคุมรถที่แม่นยำและสนุกสนาน ขณะที่มีความปลอดภัยแบบแอคทีฟที่ปราดเปรียวแบบอุ่นใจ ผนวกกับการออกแบบที่สะท้อนออกซึ่งพฤติกรรมการขับขี่แบบไดนามิกสไตล์อังกฤษแท้ๆ ทำให้ผู้ที่สัมผัส MG ในยุคสมัยใดยังคงหลงใหลในแบรนด์นี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น
    about-mg-topic-1about-mg-topic-2about-mg-topic-3
    image-about-content-right

    “และวันนี้ประเทศไทย จึงมี MG”

    ด้วยความเชื่อมั่นว่าผู้บริโภครถยนต์ในเมืองไทยมีรสนิยมในการ เลือกสรรรถยนต์ที่ประณีตและใส่ใจกับทุกรายละเอียด ทำให้คนไทยควรที่จะต้องได้ขับรถที่ประกอบไปด้วยความน่าหลงใหล มีวิศวกรรม และเทคโนโลยีที่เหนือชั้นที่สุด และวันนี้ด้วยการร่วมมือกันของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกอย่าง SAIC Motor ที่เป็นบริษัทใหญ่ที่สุดอันดับที่ 130 จาก 500 บริษัท (จากการจัดอันดับของ Fortune) ผู้มีความเชี่ยวชาญทางด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ผู้เป็นเจ้าของแบรนด์ MG และ เครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัทชั้นนำของประเทศไทยผู้ขยายธุรกิจไปทั่วโลกใน 14 อุตสาหกรรม ทำให้แบรนด์ MG เข้ามาสู่ตลาดประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง
    “MG6 ก้าวแรกในประเทศไทย”
    เช่นเดียวกับรถยนต์ MG ที่เป็นตำนานและสร้างเกียรติประวัติมากมายตลอดประวัติศาสตร์ 90 ปี MG6 ถูกพัฒนาและออกแบบมาจากเบอร์มิงแฮม สหราชอาณาจักรบ้านของแบรนด์ MG ทุกองค์ประกอบของ MG6 ยังคงรักษาความน่าหลงใหลสไตล์อังกฤษแท้ๆเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์สี่สูบ1.8 ลิตร เทอร์โบ ผนวกกับระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แบบ Dual Clutch จะทำให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึง พละกำลัง และการส่งกำลังที่ต่อเนื่องไร้รอยต่อ เมื่อนำมารวมกับการออกแบบตัวถังที่สะท้อนออกซึ่งสมรรถนะและความปราดเปรียวแบบสปอร์ตของ MG แล้ว ทำให้ทุกอณูของ MG6 คือ ความสปอร์ตไดนามิกแบบอังกฤษ ชนิดสามารถสัมผัสได้ด้วยสายตา ด้วยประสบการณ์ แห่งการขับขี่ที่จะทำให้ผู้ขับขี่หลงใหล ไปได้อีกตราบนานเท่านาน มีคำกล่าวที่ว่าแค่เพียงสัมผัส คุณก็จะรักและหลงใหล ในความสปอร์ตสไตล์อังกฤษ แล้วคุณ.. จะรัก MG
    about-mg-topic-1

    HERITAGE

    image-about-content-right

    MG เจ้าตำนานมอเตอร์สปอร์ต

    การแข่งขันประลองความเร็วทุกรุ่นและทุกรูปแบบคือหัวใจของความสำเร็จของเอ็มจีอย่างต่อเนื่องเสมอมา ไม่เพียงแต่เท่านี้บริษัทเอ็มจี จัดให้มีแผนกจัดการแข่งขันของตนเองขึ้นมาเฉพาะเพื่อสนับสนุนและริเริ่มบุกเบิกรายการใหม่ๆ ในการแข่งขันต่างๆ และผู้ที่เป็นเจ้าของรถเอ็มจีซึ่งหลงใหลพลังความเร็ว ซึ่งมีหลายพันคนทั่วโลกต่างสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อชิงเข้าเส้นชัย ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันทางเรียบ การแข่งแรลลี่ ทั้งทางขึ้นเขาและทางวิบากเพื่อการทดสอบ ทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่เติมพลังแห่งความสำเร็จให้เอ็มจี

    HERO CAR EX SERIES

    image-about-content
    การทุบสถิติครั้งแรก ของเอ็มจี อีเอ็กซ์ 120 ซึ่งเป็นรถต้นแบบที่สร้างขึ้นเพื่อการแข่งขัน ถ่ายทอดตัวอย่างความสำเร็จจากรุ่น M ที่ได้ฝากผลงานไว้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันที่บรู๊คแลนด์ส (Brooklands) เมื่อนักแข่งรถ จอร์จ อีสตัน ได้ติดต่อ เซซิล คิเบอร์เพื่อหารถที่สามารถวิ่งไปทดสอบความเร็วสูงสุดที่ 100 ไมล์ต่อชั่วโมง ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 750 ซีซี เจ้าอีเอ็กซ์ 120 จึงถูกเลือกมาใน ภารกิจนี้หลังจากที่ทำฟาล์วที่จุดออกสตาร์ทสองสามครั้ง และมีการ ปรับจูนเครื่อง พาวเวอร์พลัสซูเปอร์ชาร์จ (Powerplus Supercharge) อีสตันได้ทำลายสถิติความเร็วเหนือ 100 ไมล์ต่อชั่วโมง ที่มอนต์เลอฮ์รีย์เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 1931 จากสถิติระยะทาง 5 กิโลเมตร ที่ความเร็ว 103.13 ไมล์ต่อชั่วโมง และ 10 กิโลเมตร ที่ความเร็ว 101.87 ไมล์ต่อชั่วโมง
    ในปี ค.ศ. 1957 ทีมงานได้ประสบภัยจากพายุที่รุนแรงทำให้ทุ่งราบดินเกลือถูกน้ำท่วม หลังจาก รอพายุผ่านพ้นไป แต่เกลือบนพื้นยังเปียกแฉะอยู่ มอสส์ได้รับเลือกให้ขับอีเอ็กซ์ 181 ในตอนบ่าย วันนั้น ขณะที่พระอาทิตย์ส่องแสงรอนๆ ใกล้มืดขึ้นทุกที มีอุปสรรคจากระบบเกียร์ให้ กังวลมากขึ้น แต่มอสส์ก็เอาชนะทุกอย่าง ด้วยผลงานที่น่าทึ่ง จากสถิติที่แทบจะบินได้ด้วยความเร็วภาคพื้นดิน 245.64 ไมล์ต่อชั่วโมง
    ในวันที่ 3 ตุลาคม ปี ค.ศ. 1959 อีเอ็กซ์ 181 ในมือของยอดนักขับรถอย่างฟิล ฮิล ชาวอเมริกันได้ทำสถิติใหม่ ถึง 6 รายการ และได้ความเร็วใหม่ระยะทาง 1 กิโลเมตร์ ที่ 254.91 ไมล์ต่อชั่วโมง และระยะ 1 ไมล์ ที่ 254.53 ไมล์ต่อชั่วโมง ในสภาพอากาศที่เลวร้าย
    image-about-content-right

    Goldie Gardener in EX135

    เอ็กซ์ 1 กลับมาในรูปร่างโฉมใหม่เส้นสายตัวถังออกแบบโดยรีด เรลตัน และตกไปอยู่ในมือสุดยอดฝีมือ โกล์ดี้ การ์ดเนอร์ ครั้งแรกที่ออกถนนบนทางด่วนที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ท ในประเทศเยอรมันนี การ์ดเนอร์เหยียบเจ้ารถคลาสจีคันนี้วิ่งฉิวไปแตะ 186.6 ไมล์ต่อชั่วโมง ในปีต่อมาเขาได้ทำลายสถิติ ที่สูงกว่า 200 ไมล์ต่อชั่วโมง โดยบันทึกเวลาได้ที่ 203.5 ไมล์ต่อชั่วโมง บนทางตรงถนนซูเปอร์ไฮเวย์ที่เป็นทางพิเศษเมืองเดส์โซ (Dessau)
    image-about-slide

    Old Number One

    ซุปเปอร์สปอร์ตคันแรกของเอ็มจีที่รังสรรค์ขึ้น เพื่อการชิงชัยด้วยเครื่องยนต์ 1548 ซี.ซี. เกียร์ 3 สปีด โครงสร้างแชสซีของ Morris Cowley คว้ารางวัลชนะเลิศในการ แข่งขัน Lands End Trial เมื่อปี ค.ศ. 1925
    1924-1927
    PRESENT
    image-about-slide

    14/28

    รุ่นที่ 2 ของเอ็มจี ที่พัฒนาหม้อน้ำให้เป็นแบบ Bullnose 14/28 สปริงรูปวงรีผ่าครึ่ง พร้อมเสริมโครงสร้างให้แกร่งยิ่งขึ้น เพิ่มสมรรถนะและควบคุมได้ดีขึ้น เครื่องยนต์มีกำลังแรงถึง 35 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที
    1924-1927
    PRESENT
    image-about-slide

    K3 Magnette

    เป็นรุ่นที่สร้างชื่อให้เอ็มจีได้รับการบันทึกลง ในการแข่งขัน Le Mans สามารถเอาชนะทีมเฟอร์รารี่ โดยทำความเร็วได้ถึง 105 กม./ชม. และยังคงตราตรึงในทุกสนามการแข่งขันรุ่นเครื่องยนต์เล็ก
    1927-1952
    PRESENT
    image-about-slide

    TC

    เป็นรุ่นแรกที่ออกจำหน่ายหลังสงครามโลก ส่วนใหญ่ส่งออกไปยังประเทศในเครือจักรภพแต่กลับเป็นที่คลั่งไคล้ของชาวอเมริกัน สร้างยอดจำหน่ายกว่า 10,000 คัน/ปี ในสหรัฐอเมริกา
    1927-1952
    PRESENT
    image-about-slide

    MGA

    รถรุ่นนี้สร้างชื่อให้เอ็มจีเป็นที่รู้จักในฐานะ รถยนต์ที่ออกแบบรูปลักษณ์ได้ทันสมัย ด้วยโครงสร้างเหล็กทั้งคัน ทำยอดขายกว่า 100,000 คัน ตัวถังได้ต้นแบบจากการแข่งขัน Le Mans 24 hours
    1952-1962
    PRESENT
    image-about-slide

    ZB Magnette

    Wolseley 4/44 เป็นรถต้นแบบของรถยนต์รุ่นนี้ กล่าวได้ว่าเป็นรุ่นที่ปฎิวัติวงการผลิตรถยนต์ จากการสร้างรถยนต์ด้วยชิ้นส่วนเล็ก ๆ กลายมาเป็นสายการผลิตด้วยการประกอบชิ้นส่วนขนาดใหญ่
    1952-1962
    PRESENT
    image-about-slide

    MG Midget (MGC)

    รถสปอร์ตขนาด 2 ที่นั่ง ที่ครองใจผู้ขับขี่ด้วยความสวย แบบรถสปอร์ตรุ่นท็อปในราคาที่คนธรรมดาครอบครองได้ โมเดลแรกคือ MG Midget Mk I เครื่องยนต์ 950 ซี.ซี. (1961-1964) ตามมาด้วย MG Midget Mk II เครื่องยนต์ 1100 ซี.ซี. จนกระทั่งปี 1974 ก็ถึงเวลาของ MG Midget 1500 ที่เพิ่มความจุกระบอกสูบเป็น 1493 ซี.ซี. นับเป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดสหรัฐอเมริกา
    1962-1980
    PRESENT
    image-about-slide

    MGB GT V8

    เครื่องยนต์ V8 โรเวอร์ (Rover) 3,258 ซี.ซี. แรงบิดสูงสุด 193 ฟุตปอนด์ ที่ความเร็ว 2,900 รอบ/นาที เป็นเครื่องยนต์ที่ผลิตจากโลหะอัลลอยด์ น้ำหนักเครื่องจึงเท่ากับ รุ่น Series B ทำให้กินน้ำมันน้อยลง และควบคุมเครื่องง่ายขึ้นกว่ารุ่น MG Midget
    1962-1980
    PRESENT
    image-about-slide

    MGF

    เปิดตัวเมื่อปี 1995 โดยวางตำแหน่งเครื่องยนต์ไว้ที่จุดกึ่งกลางตัวรถ ช่วยสร้างสมดุลอย่างยอดเยี่ยม จึงเป็นรุ่นที่ควบคุมได้ง่ายขึ้น พร้อมด้วยระบบกันสะเทือนแบบไฮดราก๊าซ (Hydragas) เพื่อเพิ่มคุณภาพการขับขี่
    1990-2009
    PRESENT
    image-about-slide

    MGB ZR

    นี่คือรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดรุ่นหนึ่งในบรรดารถสปอร์ตแฮตช์แบคส์ 5 ประตู บนเกาะอังกฤษ สำหรับรุ่น CR 160 ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุดนั้น ได้รับการขนานนามตามขนาดขุมกำลังของเครื่องยนต์ K Series 1.8 ลิตร
    1990-2009
    PRESENT
    image-about-slide

    MG7

    ต้นแบบของรถรุ่นนี้ คือ รถคลาสสิค โรเวอร์ 75 ที่มอบความพอใจในการขับขี่ ด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ที่เหนือชั้นกว่ารถในระดับเดียวกัน รูปลักษณ์ภายนอกได้รับการออกแบบอย่างประณีต ภายในตกแต่งให้คงกลิ่นอายตามแบบฉบับดั้งเดิมของรถที่ใช้ในเมือง
    1990-2009
    PRESENT
    image-about-slide

    MG6 (2014)

    สุดยอดสมรรถนะเหนือรถยนต์รุ่นเล็กระดับเดียวกัน ที่ยังคง เอกลักษณ์ของรถ MG ไว้อย่างแข็งแกร่ง ทั้งการออกแบบ ภายใน ที่มีแรงบันดาลใจมาจากยุค 80 รวมถึงรูปลักษณ์ ภายนอกที่ปราดเปรียว ทันสมัย
    2010-Present
    PRESENT
    image-about-slide

    MG3

    ออกแบบโดยผสานความมีเสน่ห์ น่าหลงใหล และสไตล์อังกฤษได้อย่าง กลมกล่อมลงตัว พร้อมนวัตกรรมล้ำสมัยจากอังกฤษ จึงทําให้ MG3 เต็มเปี่ยมด้วยพลังแห่งความสนุก และอิสระ ที่ได้ปลดปล่อยทุกครั้งที่ขับขี่
    2010-Present
    PRESENT
    image-about-slide

    NEW MG6 (2015)

    รถยนต์ดีไซน์สปอร์ตพรีเมี่ยมกับสุดยอดพลังการควบคุม อัดแน่นด้วยฟีเจอร์เหนือระดับที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่ในทุกเส้นทาง ยกระดับความปลอดภัย กับ 5 ฟังก์ชั่นใหม่ พร้อมเทคโนโลยี inkaNet ให้ผู้ขับขี่เชื่อมต่อ สื่อสาร สั่งการรถยนต์ได้...ทุกที่ ทุกเวลา
    2010-Present
    PRESENT
    image-about-slide

    NEW MG5

    อีกขั้นของยนตรกรรมด้วย COUPE DESIGN พร้อมหลังคา SUNROOF เร้าใจเครื่องยนต์ TURBO 1.5 ลิตร 129 แรงม้า มั่นใจด้วยระบบความปลอดภัย 9 INTEGRATED ACTIVE SAFETY SYSTEMS ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่ และระบบ inkaNet เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ให้คุณเชื่อมต่อสื่อสาร และสั่งการรถยนต์ MG ได้เพียงปลายนิ้วส้มผัส
    2010-Present
    PRESENT
    image-about-slide

    NEW MG GS (2016)

    ที่สุดของ สปอร์ต SUV ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์แบบไม่ตามใคร(FOLLOW NO OTHERS) ทั้งการออกแบบ ความปลอดภัย และสมรรถนะเครื่องยนต์แบบ BRIT DYNAMIC ขุมพลังที่สุดของการขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ TURBO 2.0 ลิตร 218 แรงม้า เร่งความเร็วได้ดั่งใจจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.2 วินาที พร้อมรองรับเชื้อเพลิง E85และสะดวกสบายด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ inkaNet ที่อัดแน่นไปด้วย 12 ฟังก์ชั่น
    2010-Present
    PRESENT